นายกรัฐมนตรีคริชยานิส คารินส์ ผู้นำลัตเวีย แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรื่องการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 21 ต.ค.-15 พ.ย. นี้ โดยมาตรการหลักนอกเหนือจากการเรียนออนไลน์ การทำงานที่บ้าน และการเปิดเฉพาะสถานประกอบการ “ที่มีความจำเป็น” คือเคอร์ฟิว ที่มีผลบังคับใช้ ระหว่างเวลา 20.00-05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (00.00-09.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

ทั้งนี้ ลัตเวียซึ่งมีประชากรประมาณ 1.8 ล้านคน มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนสองเข็มสำหรับโรคโควิด-19 เพียง 54% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งอยู่ที่ 74% ขณะที่โรงพยาบาลใหญ่ที่สุด 2 แห่งในกรุงริกา เริ่มขยายพื้นที่เตียงสนามสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เนื่องจากอัตราการพบผู้ติดเชื้อในรอบ 7 วันล่าสุด เพิ่มขึ้นมากถึง 49% โดยหนึ่งในผู้ป่วยซึ่งมีการยืนยัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือประธานาธิบดีเอกิลส์ เลวิตส์

ปัจจุบัน ลัตเวียมีสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในประเทศอย่างน้อย 186,869 คน เพิ่มขึ้น 1,253 คน เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 2,897 ราย เพิ่มขึ้น 9 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 1,023 คน และยังมีผู้ติดเชื้อต้องรักษาตัวอยู่ในระบบอีกอย่างน้อย 25,072 คน